คงไม่มีใครอยากให้คู่สนทนาผงะหนีหรือพยายามหลีกเลี่ยงการคุยกับเราเพียงเพราะมี "กลิ่นปาก" มีวิธีทดสอบง่ายๆ ว่าเรามีกลิ่นปากหรือไม่ด้วยการเอามือปิดปากและจมูก เป่าลมแรงๆ ออกจากปากแล้วดม แต่บางคนก็ให้คนใกล้ชิดช่วยพิสูจน์ได้เหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

มีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ สาเหตุจากภายในช่องปาก เช่น
- มีแผลในช่องปาก
- ฟันผุเนื่องจากมีเศษอาหารตกค้างในร่องฟัน ทะลุโปรงประสาทฟันและมีหนองเกิดขึ้นที่ปลายรากฟัน
- เหงือกอักเสบ
- ใส่ฟันปลอมหรือเครื่องมือในช่องปาดแต่รักษาความสะอาดไม่ดีพอ
- น้ำลายหลั่งออกมาน้อยเกินไป
- โคนลิ้นด้านในสุดมีน้ำเมือกจากช่องจมูกไหลลงสู่คอ มักมีสาเหตุจากภูมิแพ้
ส่วนสาเหตุนอกช่องปาก เช่น
- การสูบบุหรี่ กลิ่นของบุหรี่ที่ตกค้างจะผสมกับกลิ่นอื่นทำให้เกิดกลิ่นเหม็นเฉพาะตัวขึ้น และทำให้เป็นโรคเหงือกได้
- การรับประทานอาหาร เช่น หัวหอม กระเทียม สะตอ และแอลกอฮอล์ทำให้มีกลิ่นปากได้

นอกจากนั้นยังมีสาเหตุที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจ เช่น ไซนัสอักเสบ ทอนซิลอักเสบ มะเร็งที่โพรงจมูก โรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร โรคปอดเรื้อรัง วัณโรคปอด มะเร็งปอด

เมื่อรู้ว่ามีกลิ่นปาก เราควรหาสาเหตุเพื่อให้รักษาได้ถูกต้อง การแก้ปัญหากลิ่นปากด้วยการใช้น้ำยาบ้วนปาก สเปรย์หรือลูกอมรสมินท์เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะโดยทั่วไปน้ำยาบ้วนปากจะมีแอลกอฮอล์, สารแต่งรส, และสารต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์อยู่ซึ่งช่วยลดกลิ่นปากได้ชั่วคราวเท่านั้น หากอาการของโรคที่แท้จริงถูกปิดบังอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวได้

ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือหาสาเหตุให้พบ และแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธีค่ะ

บทความโดย: ทตญ.ฉัตรแก้ว บริบูรณ์หิรัญสาร งานทันตกรรม โรงพยาบาลศิริราช http://www.si.mahidol.ac.th/th/periodical_siriraj/2010/8_2010.pdf

edit @ 24 Sep 2010 15:47:11 by Dr.Oh

Comment

Comment:

Tweet

ชั่งเป็นบทความที่มีคุณค่ายิงเลยจ้ะ ชอบจัง
haijai.com

<ul class="head_main-menu">
<li class="first health">สุขภาพ

<ul>
<li>การดูแลสุขภาพ</li>
<li>อาหารเพื่อสุขภาพ</li>
<li>ออกกำลังกาย</li>
<li>สุขภาพผู้หญิง</li>
<li>สุขภาพผู้ชาย</li>
<li>สุขภาพจิต</li>
<li>โรคและการป้องกัน</li>
<li>สมุนไพรเพื่อสุขภาพ</li>
</ul>
</li>
<li class="pregnancy">แม่ตั้งครรภ์

<ul>
<li>สุขภาพแม่ตั้งครรภ์</li>
<li>พัฒนาการ ตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์</li>
<li>อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์</li>
<li>โรคขณะตั้งครรภ์</li>
<li>การคลอด</li>
<li>หลังคลอด</li>
<li>การออกกำลังกาย</li>
<li>คำถาม แม่ตั้งครรภ์สงสัย</li>
</ul>
</li>
<li class="baby">ทารกแรกเกิด

<ul>
<li>สุขภาพทารกแรกเกิด</li>
<li>ผิวทารกแรกเกิด</li>
<li>การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด</li>
<li>การดูแลทารกแรกเกิด</li>
<li>โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด</li>
<li>เลี้ยงลูกด้วยนมแม่</li>
<li>อาหารสำหรับทารก</li>
<li>คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเด็กทารก</li>
</ul>
</li>
<li class="last child">เด็กโต

<ul>
<li>สุขภาพเด็ก</li>
<li>ผิวเด็ก</li>
<li>การพัฒนาการเด็ก</li>
<li>การดูแลเด็ก</li>
<li>โรคและวัคซีนเด็ก</li>
<li>อาหารสำหรับเด็ก</li>
<li>การเล่นและการเรียนรู้</li>
<li>คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเด็ก</li>
</ul>
</li>
</ul>

#1 By haijai.com (61.91.129.143|61.91.129.143) on 2014-04-08 17:33